อัพเดท

ข่าวสาร

เรื่องดีๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

ปรสิตในสัตว์เลี้ยง : ตัวเล็กแต่ปัญหาไม่เล็กนะจ๊ะ (3)

อัพเดท : 16-07-2016

ปรสิตในสัตว์เลี้ยง : ตัวเล็กแต่ปัญหาไม่เล็กนะจ๊ะ (3)

มาถึงสัปดาห์ที่ 3 กันแล้ว เรายังคงจะพูดถึงเรื่องของปรสิตในสัตว์เลี้ยงกันต่ออีกซักหน่อยนะคะ 2 ครั้งที่แล้วได้พูดถึงปรสิตที่อยู่ภายนอกกันไปบ้างแล้ว คราวนี้จะเปลี่ยนมาพูดถึงปรสิตที่อยู่ภายในร่างกายสุนัขและแมวกันบ้าง ซึ่งจริงๆ ก็มีอยู่หลายชนิดแต่เบื้องต้นจะมาพูดถึงตัวที่เจ้าของสุนัขและแมวควรรู้จักและเป็นตัวที่พบได้มากกันก่อนนะคะ

ถ้าเราพูดถึงพยาธิในทางเดินอาหาร เจ้าของก็คงคุ้นเคยกันอยู่บ้าง เพราะในคนเราก็มีพยาธิเหล่านี้เช่นกัน คนเราจะติดพยาธิก็เกิดจากสุขอนามัยที่ไม่สะอาดมีการปนเปื้อน ซึ่งพยาธิในคนบางชนิดก็สามารถติดมาจากสัตว์เลี้ยงของเราเองนี่แหละ ดังนั้นถ้าเราเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของเราให้ปลอดภัยจากปรสิตเหล่านี้ เราก็มีโอกาสติดโรคพวกนี้น้อยลงด้วยเช่นกัน แต่ในทางกลับกันเจ้าของก็อาจเป็นตัวการที่นำพยาธิเหล่านี้เข้ามาติดสัตว์เลี้ยงของเราถึงในบ้านได้เช่นกัน เพราะเจ้าของเป็นคนที่ออกไปสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนภายนอกบ้าน ระยะติดต่อของพยาธิอาจติดตามพื้นรองเท้า ล้อรถ เสื้อผ้าหรือแม้แต่ตามร่างกายของเรา การป้องกันสัตว์เลี้ยงของเราให้ปลอดภัยจากปรสิตร้ายเหล่านิ้วิธีที่ง่ายและได้ผล คือการถ่ายพยาธิให้กับสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ 3–4 เดือน

จากงานวิจัยที่ทำการสำรวจสุนัขและแมวจรจัดในประเทศไทย พบว่ามีการติดพยาธิอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่พบมาก ได้แก่ พยาธิปากขอ (Hook worm) พยาธิตัวกลม (Round worm) พยาธิตัวตืด (Tape worm) และโปรโตซัว (Toxoplasmosis) ในทางเดินอาหาร แล้วพยาธิแต่ละชนิดต่างกันอย่างไรล่ะ!

 

มาเริ่มดูจากการติดโรคของแต่ละชนิดกันก่อนนะคะ

พยาธิตัวกลม >> ไข่พยาธิจะปนออกมากับอุจจาระของสัตว์ที่ติดเชื้อ สัตว์เลี้ยงจะติดจากการกินระยะติดต่อ ( ไข่พยาธิ ) โดยตรง ส่วนลูกสุนัขสามารถติดได้ตั้งแต่อยู่ในท้อง หรือติดจากการกินนมจากแม่ได้

พยาธิปากขอ >> ไข่พยาธิจะปนออกมากับอุจจาระของสัตว์ที่ติดเชื้อ และสามารถฟักออกเป็นตัวอ่อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งสัตว์เลี้ยงติดพยาธิได้หลายทาง ได้แก่ ติดจากการกินไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิระยะติดต่อ ติดจากแม่สู่ลูกขณะตั้งท้อง หรือติดทางน้ำนมแม่ ตัวอ่อนของพยาธิสามารถไชผ่านทางผิวหนังของสุนัขได้โดยตรง บางครั้งอาจพบว่าสุนัขสามารถติดจากโฮสต์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เช่นการกินหนูที่มีพยาธิ เป็นต้น

พยาธิตัวตืด >> ไข่พยาธิตัวตืดปนมากกับอุจจาระสัตว์ป่วยและปนไปในสิ่งแวดล้อม จากนั้นตัวอ่อนของหมัดสุนัขหรือแมว หรือเหาสุนัขกินไข่พยาธิเข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในตัวหมัด สุนัขและแมวจะติดพยาธิจากการกินหมัดหรือเหาเข้าไปขณะเลียขนหรือกัดตัวเอง

โปรโตซัว >> สัตว์เลี้ยงติดเชื้อจากการกินโอโอซีสต์หรือไข่ของโปรโตรซัวที่ปนเปื้อนจากอุจจาระสัตว์ที่ป่วย หรืออาจติดโดยการกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีเชื้ออยู่ ลูกสุนัขสามารถติดจากแม่ระหว่างตั้งท้องได้